adyim.com ห้อง มัมมี่ช๊อค: รายการ คนอวดผี วันที่ 17 เมษายน 2556-ถูกอุ้มยกครัว น้องโดนฆ่าต่อหน้าต่อตา”

วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2556

รายการ คนอวดผี วันที่ 17 เมษายน 2556-ถูกอุ้มยกครัว น้องโดนฆ่าต่อหน้าต่อตา”





ตัวอย่างคืนนี้








เครดิค



-ศูนย์บรรเทาทุกข์ผี กับ “คนที่ฝันร้ายตามหลอน ถูกอุ้มยกครัว น้องโดนฆ่าต่อหน้าต่อตา”
ศูนย์บรรเทาทุกข์ผีวันนี้ เป็นเรื่องราวของหญิงสาวที่ตกเป็นข่าวดังเมื่อไม่นานมานี้ เพราะเธอและครอบครัวถูกจับเรียกค่าไถ่ ส่งผลให้เธอต้องสูญเสียพ่อ และน้องสาวไปอย่างไม่มีวันกลับไปกับโศกนาฏกรรมครั้งนี้ เรื่องราวของเธอจะเป็นอย่างไร และสิ่งที่เธออยากให้คุณริวช่วยเหลือคืออะไร



- ประสบการณ์ขนหัวลุก กับ “วิญญาณญาติปรากฏให้เห็น”
ประสบการณ์ขนหัวลุกในค่ำคืนนี้ เป็นเรื่องจากนักร้องหนุ่มฮอต "เขื่อน K-OTIC" ที่เคยเข้าไปพักในโรงแรมที่เคยเกิดเหตุระเบิดทางภาคใต้จนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก 






- ล่า ท้า ผี ที่อาคารร้างศพตายทั้งกลม เทป 2

















 เนื้อหาข่าวเรื่องราวของน้อง 



สตอ.อุ้ม"เสี่ย-ลูก"รีด3ล.-รถทับดญ.13ปิดปากหิ้วไป6คน รอดชีวิต4 พ่อมืดมน




แก๊งส.ต.อ.- ด.ญ.ประภัสสร ธาราพิศ อายุ 13 ปี ถูกแก๊งอุ้มรีดค่าไถ่ขับรถพุ่งชนแล้วทับซ้ำเสียชีวิตสุดสยอง ที่จ.ชลบุรี หลังดักอุ้มขึ้นรถมาพร้อมพี่สาว ส่วนพ่อถูกส.ต.อ.สุริยา ชะระจำนงค์ (รูปเล็ก) หัวหน้าแก๊งอุ้มตัวไป ไม่ทราบชะตากรรม ตามข่าว 


แก๊งค่าไถ่ทมิฬฆ่าปิดปากเหยื่อด.ญ.วัย 13 ตายอนาถ เผยส.ต.อ.พาพวกดักอุ้มเสี่ยร้านอาหารขณะขับปิกอัพพาลูกสาว 2 คนกับหลานๆ อีก 3 คนไปส่งโรงเรียน ใช้ปืนจี้หัวจับตัวเสี่ยขึ้นรถอีกคันหายไป ส่วนเด็กๆ ทั้ง 5 จับไปขังในบังกะโลย่านบางแสนแล้วโทร.เรียกค่าไถ่กับแม่เด็ก 3 ล้านบาท แต่แม่เหยื่อกลับไปแจ้งความ เลยลงมือจะฆ่าปิดปากเหยื่อ ใช้ผ้ารัดคอ แต่ด.ญ.กระโดดหนีเลยขับปิกอัพชนจนคว่ำแล้วถอยรถทับจนเสียชีวิต ส่วนพี่สาววิ่งหนีไปซ่อนเลยรอดหวุดหวิด จากนั้นคนร้ายก็พาเด็กเล็กอีก 3 คนไปปล่อยป้ายรถเมล์ก่อนหลบหนีไป แม่เหยื่อระบุคนร้ายชื่อจ่าโดมที่รู้จักคุ้นเคยกับครอบครัว ส่วนอดีตสามีที่โดนอุ้มไปยังไม่รู้ชะตากรรม ตร.ระดมควานหาตัวด่วน หวั่นโดนฆ่าปิดปากอีกราย 

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 9 ส.ค. พ.ต.ท.ชัฎ บรรทัดเที่ยง สวส.สภ.ย่อยเสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิตที่บริเวณศาลเจ้าแม่กวนอู ในหมู่บ้านเอื้ออาทร หมู่ที่ 5 ต.ห้วยกะปิ อ.เมือง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบพร้อมรุดตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตนอนอยู่ข้างถนนปากทางเข้าหมู่บ้านเอื้ออาทรร้าง ทราบชื่อต่อมาคือ ด.ญ.ประภัสสร หรือน้องเดียร์ ธาราพิศ อายุ 13 ปี เป็นนักเรียนโรงเรียนเซนต์หลุยส์ จ.ฉะเชิงเทรา สภาพศพนอนหงาย สวมกางเกงขาสั้นสีเขียว สวมเสื้อยืดคอกลมสีเขียว จึงให้แพทย์จากโรงพยาบาลชลบุรีทำการตรวจพิสูจน์พลิกศพ พบว่าใบหน้าถูกทุบตีทั้งศีรษะ ที่ขาทั้ง 2 ข้างหัก 2 ท่อน และที่คอกระดูกเคลื่อน นอกจากนี้ ได้ตรวจสอบโดยทั่วบริเวณที่เกิดเหตุห่างออกไปพบเส้นผมเป็นกระจุกและกิ๊บของผู้ตายตกอยู่ รวมทั้งรอยล้อรถยนต์เป็นทางลากศพยาวไปไกลกว่า 20 เมตร

ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ ได้มีพลเมืองดีเข้ามาแจ้งเจ้าหน้าที่ว่า พบเด็กได้วิ่งมาขอความช่วยเหลือ คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับผู้ตาย เจ้าหน้าที่จึงรุดไปตรวจสอบ พบเป็นเด็กหญิงแอบอยู่หลังบ้านหลังหนึ่ง ในสภาพอาการหวาดกลัวตัวสั่นสะท้าน พอเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็รีบยกมือไหว้ บอกว่า "หนูกลัวแล้ว" เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าไปปลอบอยู่นานจึงคลายความหวาดผวา แต่ยังไม่ยอมที่จะไปกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนชาวบ้านที่ช่วยเหลือได้เข้าไปพูดคุยจนเด็กยินยอมบอกชื่อว่า น.ส.สิริวรรณ แซ่เหลียง หรือน้องแป้ง อายุ 16 ปี เป็นนักเรียนชั้นม.5 โรงเรียนเซนต์หลุยส์ จ.ฉะเชิงเทรา

ต่อมาพล.ต.ต.บัณฑิต คุณจักร ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้เดินทางมาสอบปากคำด้วยตนเอง โดยน.ส.สิริวรรณ ให้การว่า ในช่วงเวลา 07.00 น. วันที่ 8 ส.ค. นายสมชาย แซ่เหลียง อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 182 หมู่ 1 ต.บางคา อ.ราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นบิดา และเป็นเจ้าของร้านอาหารน้องดิวในต.บางคา เป็นร้านจำหน่ายอาหารอีสานชื่อดัง ได้ขับรถกระบะไปส่งลูกและหลานรวม 5 คน ประกอบด้วยตน ด.ญ.ปภัสสร ธาราพิศ ที่เสียชีวิต ส่วนด.ญ.ธีระดา สมสอน อายุ 4 ขวบ ด.ช.ปรฤทธิ์ ธาราพิศ อายุ 9 ขวบ และน้องเบียร์ สมสอน อายุ 10 ขวบ ลูกพี่ลูกน้อง ระหว่างทางได้พบรถกระบะ ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน ขับตามมา ภายในมีชายแต่งกายชุดตำรวจครึ่งท่อนถืออาวุธปืนจี้ให้หยุดรถ พร้อมทั้งบังคับให้นายสมชายเปิดประตูแล้วลงจากรถ โดยใช้ปืนจี้หัวบังคับให้ขึ้นรถของคนร้าย พร้อมทั้งให้เปลี่ยนเสื้อผ้าออก

น.ส.สิริวรรณ ให้การต่อไปว่า ส่วนคนร้ายอีก 2 คนได้นำตัวเด็กทั้ง 5 คนขับออกจากที่เกิดเหตุไปได้ระยะหนึ่งก่อนจะปล่อยตัวเด็กเล็กทั้ง 3 คนลงจากรถไปแล้วนำตัวตนกับด.ญ.ปภัสสรขึ้นรถไปตามทางโดยปิดตา ต่อมาคนร้ายได้ไปซื้อเสื้อผ้ามาให้พวกตนทั้งสองคนเปลี่ยนใส่แทนชุดนักเรียนก่อนจะพาไปกักขังเอาไว้ที่บ้านร้างแห่งหนึ่ง ระหว่างนั้นคนร้ายได้ติดต่อไปหานางมุกดา พวงทอง แม่ของเด็กๆ โดยให้นำเงินจำนวน 3 ล้านบาทมาไถ่ตัวตนทั้ง 2 คนและพ่อ พร้อมทั้งบังคับให้ตนพูดกับแม่ว่ายังมีชีวิตอยู่ แถมสั่งห้ามนำเรื่องไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

น.ส.สิริวรรณให้การว่า ต่อมาช่วงดึกคนร้ายได้นำตนขึ้นไปบนรถกระบะ โดยคนร้ายที่เป็นหัวหน้าสั่งให้ลูกน้องฆ่าพวกตน คนร้ายใช้ผ้าเช็ดตัวรัดคอตนจนใกล้จะหมดลม ระหว่างนั้นด.ญ.ปภัสสรได้สลัดจนหลุดแล้วกระโดดลงจากกระบะรถแล้ววิ่งหลบหนี คนร้ายจึงขับรถตามแล้วชนจนล้มลง จากนั้นได้จิกผมลากตามรถ แล้วให้รถทับจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนตนอาศัยช่วงที่กำลังชุลมุนวิ่งหนีเข้าป่าละเมาะ พร้อมส่งเสียงร้องให้คนช่วย ทำให้คนร้ายกลัวจะมีคนมาเจอ จึงได้วิ่งหนีขึ้นรถหลบหนีไปทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.บัณฑิตได้สั่งการให้ตำรวจกระจายกำลังออกค้นหาตัวนายสมชาย ผู้เป็นพ่อซึ่งยังไม่ทราบชะตากรรม หรืออาจจะถูกคนร้ายฆ่าทิ้งในจุดอื่นก็ได้

ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่สภ.ย่อยเสม็ด พล.ต.ต. บัณฑิต ได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย พ.ต.อ.ธน ยุติธรรมดำรง รองผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.อิทธิพร โพธิ์ทอง ผกก.ศสส.ภาค 2 พ.ต.ท.ชาตรี สุขศิริ รอง ผกก.ฯ พ.ต.ท.นันทวุฒิ สุวรรณละออง รอง ผกก.(ป) สภ.เมืองชลบุรี พ.ต.ท.ชินโชติ เสนาจักร รอง ผกก.(สส.)ฯ พ.ต.ท.โสฬส เอี่ยมสะอาด สวป. พ.ต.ท.สันติ ชูเชิด สว.สส. เข้าประชุมหารือพร้อมสอบปากคำน.ส.สิริวรรณอีกครั้ง

โดยน.ส.สิริวรรณซึ่งเริ่มตั้งสติได้ ให้การเพิ่มเติมว่า จำหน้าได้ว่า 1 ใน 3 คนร้ายเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ มียศเป็นจ่าประจำโรงพักแห่งหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา ใช้อาวุธปืนจ่อหัวนายสมชายผู้เป็นพ่อพาขึ้นรถออกไปโดยบอกว่าปัสสาวะสีม่วง ส่วนตนกับน้องอีก 4 คน ถูกคนร้ายอีก 2 คนนำตัวขึ้นมาจังหวัดชลบุรี และซื้อเสื้อผ้าเปลี่ยนให้ทั้งหมด หลังจากนั้นช่วงบ่ายของเมื่อวาน คนร้ายได้เปิดบังกะโลแสนสบาย หาดบางแสน จนถึงช่วงเย็น คนร้ายได้ซื้ออาหารเป็นข้าวกล่องจำนวน 8 กล่องมาให้กิน หลังจากนั้นคนร้ายได้โทรศัพท์ติดต่อให้พูดกับแม่เป็นระยะ 

หลังจากนั้นพล.ต.ต.บัณฑิตได้สั่งการให้ชุดสืบสวนภาค 2 ร่วมกับสภ.เมืองชลบุรี สภ.แสนสุข นำกำลังเข้าไปตรวจสอบบังกะโลดังกล่าวที่คนร้ายได้เปิด เป็นห้อง เอ 3 โดยได้ติดต่อขอกุญแจสำรองไขเข้าไปตรวจสอบทันที พอเข้าไปพบกล่องโฟมที่ใส่ข้าวจำนวน 8 กล่องตามที่เด็กให้การ และพบขนมขบเคียวอีก 2 ห่อ จึงเก็บมาตรวจสอบลายนิ้วมือของคนร้ายอีกด้วย นอกจากนี้ ได้ตรวจสอบผู้ที่มาขอเปิดห้องพักได้ระบุชื่อนางสุรีย์พร เผือกผ่อง อายุประมาณ 30 ปี ระบุอยู่บ้านเลขที่ 40/19 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงนำกำลังไปที่บ้านหลังดังกล่าวว่ามีส่วนพัวพันกับคดีหรือไม่ เมื่อไปถึงไม่พบ จึงได้สั่งให้ตรวจสอบร้านค้าที่จำหน่ายขนมดังกล่าวพบว่าคนร้ายได้ซื้อที่ร้านเซเว่นฯ แห่งหนึ่งที่ชายหาดบางแสน จึงประสานขอตรวจสอบวิดีโอวงจรปิดเพื่อติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีอย่างรวดเร็วต่อไป

พ.ต.อ.อิทธิพรกล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังออกค้นหาผู้ที่เกี่ยวข้องใน ชั้นนี้พบว่ามีผู้ที่ลงมือเท่าที่เด็กให้การเบื้องต้นมีอยู่ 3 คน ประกอบด้วย ตำรวจประจำโรงพักสภ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา 1 นาย และลูกน้องอีก 2 คน โดย 1 ในนั้นมีภูมิลำเนาตามบัตรประชาชนอยู่ที่กรุงเทพฯ ส่วนผู้หญิงที่มาทำหน้าที่เปิดห้องเช่า เชื่อว่าต้องมีส่วนพัวพัน ขณะนี้ได้กำลังกระจายไปทั่วพื้นที่เพื่อติดตามตัว รวมทั้งตัวนายสมชายที่ถูกอุ้มหายตัวไปอีกด้วย เนื่องจากยังไม่ทราบชะตากรรมเป็นตายร้ายดีอย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับน.ส.สิริวรรณหลังให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่เสร็จได้มีอาการปวดศีรษะขึ้นมาอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในชลบุรี พร้อมส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปรักษาความปลอดภัยอีกด้วย ส่วนทางแพทย์อยู่ระหว่างตรวจสอบรักษาว่าหลักจากที่น.ส.สิริวรรณถูกนำตัวไปกักขังแล้วได้ลงมือซ้อมทำให้มีอาการเจ็บปวด หรืออาจจะเลือดคั่งในสมอง ซึ่งแพทย์จะได้ทำการตรวจรักษาเป็นการเร่งด่วน

รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้แบ่งกำลังชุดสืบสวนเพื่อติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุ แบ่งกำลังออกเป็น 3 ชุด ชุดแรกนำโดย พ.ต.อ.อิทธิพร โพธิ์ทอง นำกำลังตำรวจเข้าตรวจสอบเพิ่มเติมในบังกะโล และบ้านผู้เช่า ส่วนชุดที่ 2 นำโดย พ.ต.ท.ชินโชติ เสนาจักร พร้อมกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง ส่วนชุดที่ 3 ประกอบด้วยชุดสืบสวนสภ.ราชสาส์น พร้อมกำลังเข้าตรวจสอบนายสิบคนหนึ่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในโรงพักแห่งหนึ่งของฉะเชิงเทรา ที่ถูกระบุว่าเป็นหัวหน้าแก๊งเรียกค่าไถ่ในครั้งนี้ เพื่อตามตัวมาดำเนินดคีต่อไป

เวลา 12.00 น. วันเดียวกัน นางมุกดา พวงทอง อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 182 หมู่ที่ 2 ต.บางคา อ.ราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา เข้าพบ พ.ต.อ.สหัส โหรวิชิต ผกก.สภ.ราชสาส์น เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมหลังจากที่กลุ่มคนร้ายปล่อยตัวน้องบี น้องดรีม และน้องเบียร์ กลับบ้านตั้งแต่เมื่อเวลา 06.00 น. โดยนางมุกดาให้การว่า ทราบข่าวแล้วว่าน้องดรีมถูกฆ่าตาย หลังจากที่ถูกลักพาตัวพร้อมกับหลานๆ รวม 5 คน และนายสมชาย แซ่เหลียง อดีตสามีไปเรียกค่าไถ่จำนวน 3 ล้านบาท นอกจากลูกสาวของตนจะเสียชีวิตแล้วยังมีหลานชายวัย 6 ขวบได้รับบาดเจ็บนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลชลบุรี ส่วนอดีตสามียังไม่รู้ชะตากรรม

นางมุกดา กล่าวว่า โดยปกตินายสมชายซึ่งมีหน้าที่รับส่งลูกสาวและหลานๆ ไปเรียนที่โรงเรียนเซนต์หลุยส์ ซึ่งตั้งอยู่ในตัวเมืองฉะเชิงเทราเป็นประจำทุกวัน และเมื่อเช้าวันที่ 8 ส.ค. เวลา 06.40 น. นายสมชายได้ขับรถปิกอัพนิสสันฟรอนเทียร์ สีบรอนซ์ ทะเบียน ตน 2948 กทม. มารับลูกสาวและหลานๆ รวม 5 คนจากบ้านไป ส่วนตนพร้อมด้วยนายทองปาน นางลัดดา สมสอน พ่อและแม่ของหลานๆ เดินทางไปซื้อของที่กรุงเทพฯ จนกระทั่งบ่ายโมง มีส.ต.อ.สุริยา ชะระจำนงค์ หรือจ่าโดม ตำรวจพนมสารคาม ที่รู้จักมักคุ้นกันดีกับครอบครัว โทรศัพท์เข้ามือถือบอกว่า ตอนนี้ได้จับลูกสาวและนายสมชายเอาไว้แล้ว ให้เตรียมเงินสดจำนวน 3 ล้านบาทเอาไว้ไถ่ตัว ส่วนจะเป็นที่ไหน เวลาใด จะแจ้งให้ทราบอีกที จากนั้นจึงวางโทรศัพท์ไป ตนไม่รู้จะไปหาเงินที่ไหนจึงเข้าแจ้งความที่สภ.ราชสาส์น 

พ.ต.อ.สหัส กล่าวว่า นายสมชายขับรถรับส่งลูกและหลานจากราชสาส์นไปส่งที่โรงเรียนเซนต์หลุยส์ในตัวเมืองฉะเชิงเทรา จากนั้นหายตัวไปทั้งหมด จนบ่ายวันเดียวกันมีโทรศัพท์จากกลุ่มคนร้ายว่าจับลูกหลานและสามีไว้ ให้เตรียมเงิน 3 ล้านบาทไว้ไถ่ตัว แต่หาเงินไม่ได้ นางมุกดาจึงให้พ่อและแม่เข้าแจ้งความ จากนั้นตำรวจพยายามสืบสวนหาแหล่งกักขังเหยื่อตลอดทั้งคืน จนกระทั่งรุ่งเช้ามีคนไปพบศพเด็กหญิงประภัสสรในสภาพศพคล้ายถูกรถทับ นอกจากนี้ ยังมีน้องแป้งได้รับบาดเจ็บนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลชลบุรี ส่วนสาเหตุที่ฆ่าเด็กทิ้งทราบว่า เด็กพยายามหลบหนีวิ่งลงจากรถ คนร้ายได้ขับรถไล่ชนจนล้มลงแต่ไม่ตาย ยังขับถอยหลังมาทับจนเสียชีวิตต่อหน้าเด็กๆ ที่นั่งอยู่ในรถด้วย

พ.ต.อ.สหัส กล่าวว่า คนร้ายเริ่มลงมือก่อนถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ศูนย์บางคล้า โดยขับรถปาดหน้าแล้วชักปืนออกมาขู่นายสมชายให้ลงจากรถไปขึ้นอีกคันหนึ่ง โดยจ่าโดมมาทำหน้าที่ขับรถแทน จากนั้นจึงพาขับมุ่งหน้าไปจังหวัดชลบุรี ก่อนที่จะนำตัวไปกักขังไว้ที่บังกะโลย่านบางแสน คาดว่าคนร้ายจะพยายามย้ายที่กักขัง และอาจจะมีการทำร้ายทารุณ เด็กสองคนจึงตัดสินใจหลบหนีรอดไปได้ 1 คน ส่วนอีก 1 คนเสียชีวิต ส่วนเด็กที่เหลือ 3 คน กลุ่มคนร้ายได้นำไปปล่อยไว้ที่ศาลาพักโดยสารริมถนนสายพนมสารคาม-บางคล้า หน้าหมู่บ้านการเคหะพนมสารคาม ส่วนรถยนต์กระบะถูกนำไปจอดทิ้งไว้ที่หน้าวัดเมืองกายห่างไปราว 100 เมตร สำหรับนายสมชายยังไม่รู้ชะตากรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับศพด.ญ.ประภัสสร ธาราพิศ ญาติจะนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดจระเข้ตาย หมู่ที่ 6 ต.บางคา อ.ราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา

ด.ญ.เบียร์ อายุ 10 ขวบ นักเรียนชั้น ป.4 ที่คนร้ายปล่อยตัว ให้การว่า จำหน้าคนร้ายได้คือจ่าโดม หลังจากจับตัวไปก็ขับรถพาไปที่ไหนไม่รู้ บังคับให้อยู่เฉยๆ ส่วนพี่สองคนถูกทุบตี และใช้ผ้าขนหนูรัดคอ ถูกตบ ถูกเตะ พี่ๆ ยกมือไหว้ก็ยังไม่ฟัง ข้าวน้ำก็ไม่ให้กิน ทนหิวแทบตาย รู้สึกกลัวมาก ไม่ได้หลับนอนเลยจนถูกนำมาปล่อยไว้ที่ตลาด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจสภ.ราชสาส์ขออนุมัติออกหมายจับส.ต.อ.สุริยา ชะระจำนงค์ ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.พนมสารคามแล้ว จากการสืบสวนทราบว่าส.ต.อ.สุริยามีภูมิลำเนาอยู่หมู่บ้านหนองรี ต.ท่าลาดใต้ อ.พนมสารคาม เพิ่งย้ายจากตำรวจนครบาลมาประจำสภ.พนมสารคาม เมื่อประมาณ 1 ปี มีความสนิทสนมคุ้นเคยกับครอบครัวของนายสมชายและนางมุกดาเป็นอย่างดี บางครั้งลูกๆ และหลานๆ ยังเรียกว่าลุงโดมหรือพ่อโดมด้วยซ้ำ ปกติมีนิสัยชอบเล่นการพนัน เพื่อนบ้านของนายสมชายยังบอกว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุอุ้มเรียกค่าไถ่ได้ไม่นาน จ่าโดมได้ข่มขู่เอาทรัพย์สินเงินทองจากครอบครัวนายสมชายไปจำนวนนับแสนบาทแล้ว เพื่อนำไปใช้หนี้การพนันที่ชอบเล่น โดยข่มขู่ทั้งสองผัวเมียไม่ให้แจ้งความจนมาเกิดเหตุนี้อีก นอกจากนี้ จากการสอบสวนยังทราบว่านางมุกดาได้พยายามต่อรองค่าไถ่จาก 3 ล้านบาทเหลือ 1 ล้าน แต่พอถึงเวลานัดจ่ายเงินที่อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ในเวลา 18.00 น. พอถึงเวลานัดส่งไม่สามารถติดต่อคนร้ายได้



http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น